สาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนแอลจีเรีย

เป็นประเทศในแอฟริกาเหนือ และเป็นประเทศที่ใหญ่เป็นอันดับ 2 ในทวีปแอฟริกา รองจากประเทศซูดาน มีอาณาเขตทางตะวันออกเฉียงเหนือจรดประเทศตูนิเซีย ทางตะวันออกจรดประเทศลิเบีย ทางตะวันออกเฉียงใต้จรดประเทศไนเจอร์ ทางตะวันตกเฉียงใต้จรดประเทศมาลีและประเทศมอริเตเนีย และทางตะวันตกจรดประเทศโมร็อกโก รวมถึงหลายกิโลเมตรของพื้นที่ที่ยึดครองมาได้บางส่วน คือ เวสเทิร์นซาฮาร่า แอลจีเรียทำการสู้รบในสงครามกู้เอกราชกับฝรั่งเศสมาตั้งแต่ปี 1954 นำโดยกลุ่มเอฟแอลเอ็น (แนวร่วมปลดปล่อยแห่งชาติ) แอลจีเรียได้รับเอกราชในปี 1962

แต่ทว่าเมื่อถึงกลางทศวรรษ 1980 เศรษฐกิจที่ไม่มั่นคงเป็นสาเหตุให้เกิดความไม่สงบอย่างกว้างขวางทั่วประเทศ ราคาก๊าซและน้ำมันที่ตกต่ำเป็นประวัติการณ์ทั่วโลกในปี 1986 ยิ่งทำให้สถานการณ์เลวร้ายขึ้น การจลาจลบนท้องถนนในปี 1988 ทำให้กองทัพลงมือปราบปรามชนิดรุนแรงถึงขั้นนองเลือด และต้องมีการประกาศภาวะฉุกเฉิน ประชาชนที่ไม่รู้อิโหน่อิเหน่ในเมืองจึงหันไปพึ่งกลุ่มเอฟไอเอส (แนวร่วมช่วยเหลือชาวอิสลาม) ให้ช่วยนำสังคมกลับสู่สำนึกแห่งความยุติธรรมด้วยกฎหมายชาเรีย (กฎหมายอิสลาม) ในการเลือกตั้งรอบแรกของปี 1991 กลุ่มเอฟไอเอสได้ชัยชนะโดยกวาด ส.ส. 188 ที่นั่งจาก 231 ที่นั่ง ขณะที่กลุ่มเอฟแอลเอ็น ได้ที่นั่งเพียง 15 ที่นั่งเท่านั้น

รัฐสภาและประธานาธิบดีชัดลีได้ลาออกภายใต้แรงกดดันจากกองทัพซึ่งไม่ยอมรับความประสงค์ของชัดลีที่จะร่วมบริหารประเทศกับกลุ่ม เอฟไอเอส การเลือกตั้งรอบที่สองกำหนดขึ้นในเดือนมกราคมปี 1992 แต่ถูกยกเลิกไปเมื่อกองทัพได้เข้าควบคุมตำแหน่งที่สำคัญๆ ในเมืองหลวง การปะทะอย่างรุนแรงระหว่างตำรวจและผู้ประท้วงกลุ่มเอฟไอเอสมีขึ้นทั่วทั้งประเทศแอลจีเรียในต้นเดือนกุมภาพันธ์ 1992 และมีการประกาศภาวะฉุกเฉินอีกครั้ง กลุ่มเอฟไอเอสได้สลายตัวและแบ่งแยกออกเป็นกลุ่มต่างๆ มีการรวมตัวเป็นกลุ่มอิสลามติดอาวุธกลุ่มต่างๆ และนับตั้งแต่ปี 1992 กลุ่มอิสลามเหล่านี้ได้เข้าโจมตีจุดสำคัญทางเศรษฐกิจ กองกำลังเพื่อความมั่นคง เจ้าหน้าที่ของรัฐ และชาวต่างชาติ

ในปี 1995 มีการเลือกตั้งประธานาธิบดีแบบหลายพรรคครั้งแรกของแอลจีเรีย และว่าที่ประธานาธิบดีเลียมีน เซโรลได้เสียงถึง 60% จากผู้ลงคะแนนเสียงทั้งหมด 75% การเลือกตั้งแบบหลายพรรคที่ถูกต้องตามกฎหมายมีขึ้นครั้งแรกในเดือนมิถุนายนปี 1997 โดยกลุ่มประชาธิปไตยแห่งชาติสามารถคว้าชัยชนะไปได้ และยึดที่นั่งส่วนใหญ่ร่วมกับกลุ่มเอฟแอลเอ็น แม้ว่าฝ่ายทหารของกลุ่มเอฟไอเอสจะประกาศหยุดยิงเมื่อเดือนตุลาคม 1997 แต่กลุ่มอิสลามติดอาวุธ (จีไอเอ) ซึ่งเป็นพวกหัวรุนแรงที่แยกตัวออกมาจากเอฟไอเอสก็ยังคงสู้รบโจมตีต่อไป นอกจากนี้ยังมีหลักฐานที่แสดงว่าการโจมตีหลายครั้งเป็นฝีมือของกองทหารที่มีกองกำลังความมั่นคงของแอลจีเรียหนุนหลังอยู่ จากระยะเวลานานปีของสงครามกลางเมืองในแอลจีเรีย องค์กรนิรโทษกรรมสากลประมาณได้ตัวเลขผู้เสียชีวิตไว้ว่าน่าจะอยู่ในราว 80,000 คน

ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s