รัฐอิสราเอล กับปาเลสไตน์

ปาเลสไตน์ส่วนหนึ่งของดินแดนนี้ที่อยู่ทางตะวันตกของแม่น้ำจอร์แดน เคยถูกเรียกว่า “ดินแดนคะนาอัน” (Canaan) ในช่วงที่อยู่ใต้การปกครองของอียิปต์ ในภายหลังได้แบ่งการปกครอง ออกเป็นสองส่วน ส่วนทางใต้กลายเป็นราชอาณาจักรยูดาห์ ส่วนทางเหนือคือราชอาณาจักรอิสราเอล ชื่อ “ปาเลสไตน์” มาจากคำว่า “Philistine” ซึ่งหมายถึงชนเผ่าที่อาศัยอยู่บริเวณชายฝั่งทางใต้ของดินแดนนี้

ดินแดนในแถบปาเลสไตน์เป็นดินแดนที่ยิวเคยอยู่มาก่อน พวกยิวเคยถูกกวาดต้อนไปเมื่อครั้งที่ราโมเสสทำสงครามในอียิปต์แล้วรุกเข้ามาในดินแดนคานาอาน แล้วกวาดต้อนพวกยิวเป็นทาส จนกระทั่งโมเสสพาพวกยิวหนีมาตั้งถิ่นฐานเดิมอยู่ที่คานาอาน อยู่กันมากระทั่งมี “บัญญัติ 10 ประการ” ซึ่งเป็นต้นกำเนิดของศาสนาคริสต์ แต่ก็ไม่ได้เกิดเฉพาะศาสนาคริสต์เท่านั้น

ช่วงนั้นก็มีศาสนายูดายขึ้นมาด้วย อย่างไรก็ตาม ศาสนายูดายซึ่งเป็นศาสนาของยิวก็เกิดก่อนศาสนาคริสต์ เพราะในสมัย พระเยซูก็เป็นหนึ่งในศาสนาของยิวมาก่อน แต่พระเยซูเป็นผู้ไม่เห็นด้วยที่จะให้มีการเคารพในพระเจ้าหลายองค์ จึงให้คนนับถือพระเจ้าองค์เดียว และให้ถือคัมภีร์ของพระเจ้าโมเสสที่เป็นต้นกำเนิดมาแต่ต้น และก็ให้ปฏิบัติตนตามบัญญัติ 10 ประการ จนกระทั่งเกิดศาสนาคริสต์ขึ้นมาตั้งแต่นั้น ลูกหลานชาวยิวที่เกิดมาก็อยู่บริเวณเดิมรวมกับกลุ่มที่เปลี่ยนเป็นคริสเตียน

จนกระทั่งพวกโรมันตียิวแตกจนโรมันเข้าไปยึดครองในแถบนั้น ยิวก็กระจัดกระจายออกไปอยู่ในยุโรป จากนั้นเมื่อเกิดศาสนาอิสลามขึ้นในหมู่พวกเบนดูอิน หรือพวกอาหรับที่เป็นเชื้อสายที่มาจากทะเลทราย ก็บอกว่าสืบลูกหลานมาจากพวกอับราฮัม (คือพวกยิว) เหมือนกัน และเกิดศาสนา 2 ศาสนาขึ้นมาในแถบนั้น เมื่อยิวหมดอำนาจไปแล้ววัดของพระเจ้าไซโลมอนที่สร้างขึ้นก็ถูกทำลายเหลือแต่กำแพง ดังนั้น เมืองเยรูซาเล็ม จึงเป็นแหล่งกำเนิดถึง 3 ศาสนา บนเนินเขาในเยรูซาเล็มจะมีโบสถ์ของคริสตศาสนาอยู่และมีโดม “ออฟเดอะร็อก” ซึ่งเป็นสุเหร่าที่มีหินอยู่ตรงกลาง

ประวัติศาสตร์อิสลามกล่าวว่า “พระมะฮะหมัด” เมื่อสิ้นพระชนม์ก็ทรงประทับบนหลังม้าแล้วเสด็จขึ้นบนสรวงสวรรค์จากหินก้อนนั้น ส่วนศาสนาที่ 3 นั้นเป็นเป็นของพวกยูดายที่เรียกว่า “เวริ่งวอล” และเมื่อ 3 ศาสนามาเกิดอยู่รวมกันอยู่ ณ บริเวณเดียวกันจึงเกิดการแย่งชิงดินแดนที่เชื่อว่าเป็นดินแดนศักดิ์สิทธิ์ของแต่ละศาสนา เมื่อมีการถกเถียงว่าใครจะเป็นใหญ่ในแผ่นดินนั้น จึงทำให้ยิวกับพวกอาหรับมีปัญหากันเรื่อยมา ในช่วงแรกยิวอยู่กระจัดกระจายในที่ต่างๆ เช่น รัสเซีย โปแลนด์ เยอรมัน แต่ยิวเองก็ไม่เคยลืมมีแผ่นดินเดิมภายใต้ขบวนการที่เรียกว่า “ไซออนนิสม์ (Zionism)” พยายามจะระลึกถึงว่าจะต้องกลับไปอยู่ที่เดิม ในขณะที่อาหรับเข้าปกครองเยรูซาเล็มในระยะพันกว่าปี กระทั่งช่วงสงครามโลกครั้งที่ 1 ปีการประกาศของรัฐมนตรีว่าการต่างประเทศของอังกฤษประกาศว่ายิวมีสิทธิกลับเข้าไปอยู่ในปาเลสไตน์ได้ จึงเป็นเหตุให้ขบวนการ “ไซออนนิสม์” วางแผนที่จะกลับเข้าไปอยู่ในดินแดนปาเลสไตน์และอังกฤษให้การหนุนหลังอยู่ด้วย จนพวกอาหรับก็ไม่พอใจเกิดการบาดหมางกันเรื่อยมา

ในขณะที่ยิวก็เข้มแข็งขึ้นเรื่อยๆ เพราะยิวที่อยู่นอกประเทศทำการค้าจนร่ำรวยและต่างก็บริจาคเงินเข้าไปช่วยเหลือเพื่อซื้ออาวุธ เป็นหตุให้เกิดการก่อการร้ายกันเรื่อยมา ในปี ค.ศ. 1492 ชาวยิวถูกขับไล่ออกจากสเปน ชาวยิวต้องคอยหวาดผวาจากการคุกคามของลัทธิต่อต้านยิวอยู่ตลอด ในช่วง ค.ศ. 1933-1945 (สงครามโลกครั้งที่สอง) กองทัพนาซีได้สังหารชาวยิวตามค่ายกักกันต่าง ๆ กว่า 6 ล้านคน ในช่วงนี้มีชาวยิวในยุโรปหนีตายไปอยู่สหรัฐอเมริกามากมาย ประมาณว่ามีจำนวนกว่า 2 ล้านคน สหรัฐอเมริกาจึงเป็นประเทศหนึ่งที่มีคนเชื้อสายยิวอาศัยอยู่มาก จนกระทั่งสงครามโลกครั้งที่ 2 สงบลงถึงแม้ว่าอังกฤษจะมีอำนาจควบคุมดูอยู่ก็ตาม แต่ยิวก็มีอำนาจขึ้นมาจนสามารถตั้งประเทศขึ้นมาในปี 2491 ฉะนั้นยิวกับอาหรับจึงเป็นคู่อริกันเรื่อยมา ในขณะที่อเมริกาเองก็เข้าข้างยิวตลอดมา เนื่องจากยิวนั้นมีอำนาจทางด้านเศรษฐกิจอยู่ในอเมริกาค่อนข้างมาก ฉะนั้นทางฝ่ายอาหรับหรือพวกที่นับถือศาสนาอิสลามอย่างเคร่งครัดจึงไม่พอใจที่อเมริกาเข้าข้างยิวหรืออิสราเอล เมื่อสงครามโลกครั้งที่สองสงบลง นานาประเทศเกิดความสงสารชาวยิวที่ถูกสังหารอย่างโหดเหี้ยม จึงสนับสนุนลัทธิฟื้นฟูประเทศของชาวยิวที่เรียกว่า ไซออนนิสม์ (Zionism) ขึ้น

เนื่องจากชาวยิวเชื่อว่า ดินแดนปาเลสไตน์เป็นดินแดนที่พระเจ้ามอบให้เป็นของชาวยิวตลอดกาล จึงพากันอพยพกลับมาอยู่ปาเลสไตน์ถิ่นเก่าแก่อีกครั้งหนึ่ง แล้วประกาศตั้งประเทศอิสราเอลขึ้นในปี ค.ศ. 1948 โดยใช้ภาษาฮีบรู (Hebrew) เป็นภาษาประจำชาติ อย่างไรก็ตาม ก่อนที่ชาวยิวจะกลับมานั้น ดินแดนแห่งนี้เป็นของประเทศปาเลสไตน์ ซึ่งดินแดนปาเลสไตน์นั้น ตั้งอยู่ในภูมิภาคตะวันออกกลาง หรือ เอเชียตะวันตก ประชากรในภูมิภาคนี้ต่างก็รับนับถือศาสนาอิสลาม ชาวปาเลสไตน์ก็เป็นหนึ่งในจำนวนนั้น และศาสนาอิสลามยึดหลักความเป็นพี่น้องกัน ระหว่างชาวมุสลิมไม่ว่าจะเป็นชนชาติใดหากพี่น้องมุสลิม ณ ที่หนึ่งที่ใดได้รับความเจ็บปวด มุสลิมซึ่งอยู่ที่อื่นก็ย่อมเจ็บปวดไปด้วย ชาวปาเลสไตน์นั้นเป็นชาวอาหรับมาตั้งแต่ต้น เดิมรับนับถือศาสนาคริสต์ แต่ได้รับการกดขี่จากชาวโรมัน จึงหันมารับนับถือศาสนาอิสลาม

สังคมของชาวปาเลสไตน์จึงมีลักษณะแบบอาหรับและมุสลิม ในปาเลสไตน์มีการปกครองของตนเองแต่ในด้านการเมืองและศาสนา ก็เป็นส่วนหนึ่งของโลกอิสลาม ด้วยเหตุข้างต้นนี้ เมื่อชาวยิวเดินทางเข้ามาอยู่ในดินแดนปาเลสไตน์จึงหลีกเลี่ยงไม่ได้ที่จะต้องเกิดความขัดแย้งขึ้นระหว่างชาวยิวกับชาวอาหรับ การสู้รบแย่งดินแดนมีกันอย่างยาวนานหลายปี กองกำลังชาวยิวยึดที่ไหนได้ก็ส่งคนเข้าไปอาศัยอยู่ ชาวปาเลสไตน์มักเอาชนะชาวยิวไม่ได้เนื่องจากอิสราเอลมีอเมริกาเป็นพันธมิตรอยู่เบื้องหลัง ทำให้ชาวปาเลสไตน์ต้องลี้ภัยไปยังประเทศอาหรับข้างเคียงอื่นๆ ปัญหาเรื่องการปกครองปาเลสไตน์ได้กลายเป็นที่ถกเถียงกันในสมัชชาสหประชาชาติ ตลอดมาจนกระทั่งทางสหประชาชาติได้เสนอแผนการให้แบ่งปาเลสไตน์ออกเป็นส่วน ๆ

กล่าวคือแบ่งเป็นรัฐอาหรับ รัฐยิว ส่วนกรุงเยรูซาเล็มเมืองหลวงนั้นให้อยู่ในความดูแลของสหประชาชาติ โดยมติของสหประชาชาติให้ยกที่ดินจำนวน 14, 500 ตารางกิโลเมตร จากที่ดินทั้งหมด 26,323 ตารางกิโลเมตร (คือร้อยละ 57) ของประเทศปาเลสไตน์ให้แก่รัฐยิว ซึ่งเป็นที่ดินอันอุดมสมบูรณ์ ส่วนที่เหลือร้อยละ 43 เป็นของชาวปาเลสไตน์ซึ่งลักษณะพื้นที่ล้วนแต่เป็นภูเขาและทะเลทรายไม่สามารถทำการเพาะปลูกได้ ในปี ค.ศ. 1964 มีการก่อตั้งองค์กรปลดปล่อยปาเลสไตน์ (Palestine Liberation Organization: PLO) หรือพีแอลโอ ขึ้นเพื่อเป็นตัวแทนชาวปาเลสไตน์ในการต่อสู้แย่งดินแดนคืนมาจากชาวยิว ผู้นำของพีแอลโอคือ “นายยัสเซอร์ อาราฟัด” ความขัดแย้งอิสราเอล-ปาเลสไตน์นั้น ได้ไต่บันไดความรุนแรงยิ่งขึ้นในปี 2547 โดยฝ่ายอิสราเอลใช้แสนยานุภาพ เช่น ยิงจรวดสังหารผู้นำระดับสูง สร้างกำแพงเขตเวสต์แบงก์ และใช้รถไถทำลายบ้านเรือนของชาวปาเลสไตน์ ส่วนทางปาเลสไตน์ตอบโต้ด้วยการใช้ระเบิดพลีชีพและการก่อวินาศกรรมต่างๆ ความรุนแรงนี้สูงมาก

จนแม้แต่การอสัญกรรมของนาย ยัสเซอร์ อาราฟัต ผู้นำปาเลสไตน์คนสำคัญ ในวันที่ 11 พ.ย. 2547 ก็ไม่ได้ทำให้สถานการณ์ความขัดแย้งในดินแดนนี้เปลี่ยนแปลงแต่อย่างใด อย่างไรก็ตามการให้ความสนับสนุนยิวของสหรัฐนั้นกลับมีเบื้องหลังว่าดินแดนในตะวันออกกลางมีน้ำมันอยู่มากทั้งในจอร์แดน อิรัก อิหร่าน คูเวต ซาอุดิอาระเบีย และประเทศต่างๆ นั่นเอง อย่างไรก็ตามความบาดหมางก็เกิดขึ้นอยู่ตลอดเวลาจุดมุ่งหมายของปาเลสไตน์ต้องการจะได้เมืองเยรูซาเล็มตะวันออกเป็นของปาเลสไตน์มาก่อนและแบ่งคนละครึ่ง

ทั้งนี้เพื่ออิสราเอลยึดแล้วก็ไม่ยอมคืน ในขณะที่ปาเลสไตน์ยืนยันจะเอาดินแดนเยรูซาเล็มตะวันออก ส่วนยิวก็แสดงความต้องการเยรูซาเล็มทั้งหมดเป็นของยิว ปาเลสไตน์ได้รับการสนับสนุนจากจอร์แดน อียิปต์และซีเรีย แต่ก็ไม่สำเร็จเนื่องจากอิสราเอลได้รับการสนับสนุนอาวุธจากตะวันตกอย่างต่อเนื่อง

ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s