ชมเมืองเก่า ศูนย์กลางอาณาจักรล้านนาที่เมืองโบราณเชียงแสน

เมืองโบราณเชียงแสน เป็นพื้นที่ที่อยู่ในเขตกำแพงเมืองเชียงแสนเก่า ด้านทิศเหนือยาว 950 ม. ทิศใต้ 850 ม.ทิศตะวันตก 2,550 ม. ทิศตะวันออกจด ถ.ริมโขงภายในเขตกำแพงเมืองเก่าประกอบด้วยวัดร้างและโบราณสถานที่สร้างในระหว่างพุทธศตวรรษที่ 18-21 สลับกับบ้านเรือนชาวบ้านการเที่ยวชมควรเริ่มต้นจากพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ เชียงแสน ใกล้กับประตูป่าสัก ติดกันเป็นวัดเจดีย์หลวง ฝั่งตรงข้ามเป็นศูนย์ข้อมูลการท่องเที่ยวเชียงแสน จากจุดนี้สามารถไปเที่ยวชมโบราณสถานต่างๆ ได้ในรัศมีไม่เกิน 1.5 กม.

– ศูนย์ข้อมูลเมืองโบราณเชียงแสน โทร.0-5377-7030 หยุดวันเสาร์และอาทิตย์

ที่ตั้ง อยู่บนทางหลวงหมายเลข 1016 เขต ต.เวียง พื้นที่ส่วนหนึ่งของเมืองโบราณเชียงแสนเป็นตัว อ.เชียงแสนในปัจจุบัน

ประวัติ เชียงแสนเคยเป็นศูนย์กลางอาณาจักรล้านนาในช่วงแรก จากนั้นมีสถานะเป็นเมืองมหาอุปราชในสมัยพญาคำฟูกระทั่งในปี พ.ศ.1910 สมัยพญากือนา ถูกลดความสำคัญลงกลายเป็นเมืองหน้าด่านที่มีเพียงขุนนางมาปกครอง อย่างไรก็ตามเชียงแสนยังคงมีความสำคัญในฐานะศูนย์กลางของพุทธศาสนาในแผ่นดินล้านนาตะวันออก สังเกตได้จากกษัตริย์ผู้ครองนครเชียงใหม่หลายพระองค์ ได้มาสร้างวัดไว้ที่เชียงแสนมากมาย เชียงแสนเจริญรุ่งเรืองจนกระทั่งเชียงใหม่ตกเป็นประเทศราชของพม่า เมื่อ พ.ศ.2101 และในช่วงปลายพุทธศตวรรษที่ 22 เกิดศึกระหว่างเชียงใหม่กับอยุธยาหลายครั้ง พม่าจึงใช้เมืองเชียงแสนเป็นที่มั่นควบคุมหัวเมืองทางเหนือ กระทั่งปี พ.ศ.2346 ในเก็บผักใส่ซ้าเก็บข้าส่าเมือง พระเจ้ากาวิละโปรดฯ ให้พระยาอุปราชนำทัพเชียงใหม่และหัวเมืองเหนือขับไล่พม่าออกจากเชียงแสน และรื้อทำลายกำแพงเมืองไม่ให้พม่าใช้เป็นที่มั่นได้

สิ่งน่าสนใจ
พิพิธภัณฑ์สถานแห่งชาติ เชียงแสน
– โทร.0-5377-7102,0-5365-0723
– เปิดเวลา 08.30-16.00 น. หยุดวันจันทร์และอังคาร
– ค่าเข้าชม คนไทย 10 บาท ชาวต่างชาติ 30 บาท
– ที่ตั้ง 702 ถ.พหลโยธิน ต.เวียง อ.เชียงแสน

จัดตั้งขึ้นเมื่อ พ.ศ.2500 ในอาคารจัดแสดงหลัก จัดแสดงเรื่อราวประวัติศาสตร์และโบราณคดีที่เกี่ยวข้องกับการตั้งหลักแหล่งของชุมชน เครื่องใช้ของมนุษย์ในสมัยก่อนประวัติศาสตร์ยุคสังคมล่าสัตว์ และสังคมเกษตรกรรมเรื่อยมาจนถึงสมัยประวัติศาสตร์ เช่น พระพุทธรูป เครื่องประดับ แผ่นอิฐมีจารึก เครื่องสำริด ฯลฯ มีการจัดจำแนกโบราณวัตถุที่ได้จากการขุดพบแต่งโบราณสถานในเมืองเชียงแสนเป็นกลุ่มๆ ตามแหล่งที่ขุดพบ นอกจากนี้ยังแสดงลวดลายปูนปั้นจากวัดป่าสัก พระพุทธรูปศิลปะล้านนาเมืองเชียงแสน จารึกที่พบในเมืองเชียงแสนและพื้นที่ใกล้เคียง พัฒนาการของเครื่องถ้วยล้านนาใน จ.เชียงราย

ในอาคารส่วนขยาย จัดแสดงเกี่ยวกับชาติพันธุ์วิทยา ชีวิตความเป็นอยู่ของกลุ่มชนแถบลุ่มแม่น้ำโขง เครื่องมือเครื่องใช้ในชีวิตประจำวันของคนในอดีต เช่น กี่ทอผ้า ผ้าโบราณ เครื่องมือจับปลา เครื่องครัว เงินตรา ฯลฯ พัฒนาการของเมืองในอดีต ศิลปะพื้นบ้านของชาวไทยใหญ่ ไทยลื้อ และชาวไทยภูเขาเผ่าต่างๆ ได้แก่ เครื่องเขิน เครื่องดนตรี เครื่องประดับ อุปกรณ์การสูบฝิ่น ศิลปะโบราณวัตถุในศาสนา ความเชื่อและขนบธรรมเนียมประเพณี

วัดเจดีย์หลวง
ที่ตั้ง ติดกับพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ เชียงแสน ใกล้ประตูป่าสัก

เป็นวัดสำคัญที่สุดวัดหนึ่ง ในเมืองโบราณเชียงแสน สร้างขึ้นเมื่อ พ.ศ.1887 โดยพระเจ้าแสนภู พระราชนัดดาของพญามังรายภายในวัดมีเจดีย์องค์ใหญ่ สูง 88 ม. บนฐานกว้าง 24 ม. ถือเป็นเจดีย์ทรงระฆังล้านนาที่ใหญ่ที่สุดในเชียงแสน ด้านทิศตะวันออกมีซากวิหารเก่าแก่ ประดิษฐานพระประธานขนาดใหญ่ที่ได้รับการขุดแต่งแล้ว นอกจากนี้ยังมีเจดีย์รายขนาดเล็กอีกสี่องค์

วัดป่าสัก
– เปิดเวลา 08.00-17.00 น. – ค่าเข้าชม คนไทย 10 บาท ชาวต่างชาติ 30 บาท
– การเดินทาง อยู่นอกกำแพงเมืองเชียงแสน จากพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ เชียงแสน มุ่งหน้าออกไปทางประตูเชียงแสน เลี้ยวขวาไปตามถนนเลียบแนวกำแพงเมืองเก่าประมาณ 200 ม. วัดป่าสักอยู่ซ้ายมือ

ตามประชุมพงศาวดาร พระเจ้าแสนภูเจ้าเมืองเชียงแสนได้รับพระบรมสารีริกธาตุจากพระพุทธโฆษาจารย์เมื่อ พ.ศ.1838 จึงโปรดฯ ให้สร้างพระอารามและพระเจดีย์เพื่อบรรจุพระบรมสารีริกธาตุ พร้อมกับปลูกต้นสักล้อมรอบ 300 ต้น จึงเรียก “วัดป่าสัก”

เจดีย์วัดป่าสัก เป็นเจดีย์ทรงมณฑปยอดระฆังตกแต่งลวดลายปูนปั้นอย่างวิจิตร ถือกันว่าเป็นฝีมือช่างชั้นครู รูปแบบเจดีย์ประธานนี้ได้รับอิทธิพลจากแคว้นหริภุญไชย โดยส่วนฐานได้อิทธิพลมาจากเจดีย์กู่กุด และส่วนมณฑปได้รับอิทธิพลจากเจดีย์เชียงยัน จ.ลำพูน มีการตกแต่งลวดลายซุ้มฝักเพกา ลายประจำยาม และลายกาลมกรแบบพุกาม ประติมากรรมรูปมารแบกแบบชวาหรือทวารดวดี ส่วนรูปเทวดาและพระพุทธรูปแบบต่างๆ นั้นเป็นลักษณะเฉพาะของท้องถิ่น

ภายในพื้นที่ 16 ไร่ ร่มรื่นไปด้วยต้นสักใหญ่ มีซากโบราณสถานกระจายอยู่รวม 22 จุด ประกอบด้วยซากเจดีย์และวิหารวางตัวในแนวเหนือ-ใต้ ด้านทิศเหนือมีเจดีย์ทรงมณฑปแบบมูลคันธกุฎี สร้างขึ้นราวพุทธศตวรรษที่ 21 ปัจจุบันเหลือแต่ซากฐานและมีเจดีย์ทรงเรือนธาตุและวิหารสร้างราวพุทธศตวรรษที่ 19

วัดพระเจ้าล้านทอง
– การเดินทาง อยู่ใกล้สี่แยกถนนสายกลาง เยื้องกับตลาดสดเชียงแสน ต.เวียง ห่างจากพิพิธภัณฑ์ประมาณ 300 ม. เป็นวัดในเวียงเชียงแสนที่ไม่ได้เป็นวัดร้าง สร้างขึ้นในสมัยพระเจ้าทองั่ว เมื่อปี พ.ศ.2032 ตามตำนานกล่าวว่าโปรดฯ ให้หล่อพระพุทธรูปมีน้ำหนักล้านตอง(1,200 กก.) ขึ้นเป็นพระประธานหน้าตักกว้าง 2 ม. สูง 3 ม. เรียกว่า “พระเจ้าล้านทอง” ปัจจุบันในวัดมีพระเจ้าทองทิพย์เป็นพระพุทธรูปสมัยสุโขทัย หล่อจากทองเหลือง มีพระพักตร์งดงามมาก หน้าตักกว้าง 1 ศอก 15 นิ้ว สูง 2 ศอก ได้จากวัดทองทิพย์ซึ่งเป็นวัดร้างในเวียงเชียงแสน และกลายเป็นชื่อพระพุทธรูป

โบราณสถานบน ถ.สายสอง และ ถ.หนองมูต
-การเดินทาง จากพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ เชียงแสน ใช้ทางหลวงหมายเลข 1016 ไปทางริมแม่น้ำโขงประมาณ 400 ม. เมื่อผ่านวัดพระเจ้าล้านทอง ให้เลี้ยวซ้ายเข้า ถ.สายสอง เยื้องกับตลาดสด หัวมุมถนนเป็นที่จอดรถสองแถว เลยไปไม่ไกลจะถึงสี่แยกตัดกับ ถ.หนองมูต

เป็นถนนที่ตัดผ่านใจกลางเวียงโบราณเชียงแสน ถนนสองเส้นนี้มีโบราณสถาน เป็นวัดร้าง ที่ได้รับการขุดแต่งโดยกรมศิลปากรเมื่อปี พ.ศ.2540-2544 หลายวัด

– วัดร้อยข้อ อยู่ซ้ายมือใกล้สี่แยกที่ตัดกับ ถ.หนองมูตที่มาจากป้อมประตูหนองมูต ไปออกถนนริมแม่น้ำโขง เป็นวัดร้างที่ได้รับการบูรณะเมื่อ พ.ศ.2544 มีเจดีย์แปดเหลี่ยมแบบล้านนาทางด้านทิศตะวันออกเป็นวิหารที่เหลือแต่ฐานรากและฐานชุกชีประดิษฐานพระพุทธรูปสีขาว น่าจะสร้างราวพุทธศตวรรษที่ 21 และเกี่ยวพันกับการอพยพชุมชนเมื่อ พ.ศ.2347 ในยุคเก็บผักใส่ซ้า เก็บข้าใส่เมือง

– วัดเสาเคียน อยู่บน ถ.หนองมูต เยื้องกับวัดร้อยข้อ เป็นวัดร้าง ปัจจุบันคงเหลือเพียงเจดีย์ทรงระฆังกลมแบบล้านนาพุทธศตวรรษที่ 21 ด้านหน้าเป็นซากพระวิหารที่เหลือเพียงฐานรากและฐานชุกชี มีพระพุทธรูปปูนปั้นที่เหลือเพียงอุระ

– วัดพวกพันตอง อยู่บน ถ.สายสอง เยื้องกับวัดร้อยข้อปัจจุบันเหลือเพียงซากเจดีย์ฐานสี่เหลี่ยม และซากฐานวิหาร – วัดอาทิต้นแก้ว อยู่บน ถ.สายสอง ถัดจากวัดพวกพันตองตามประวัติระบุว่าสร้างโดยพระเมืองแก้วเมื่อ พ.ศ.2058 เมื่อครั้งเสด็จมาเวียงเชียงแสน เพื่อลดความขัดแย้งระหว่างพระสงฆ์สำนักต่างๆ โดยได้เสด็จมาเป็นองค์ประธานบวชกุลบุตรชาวเชียงแสน และให้พระสงฆ์สำนักต่างๆ สามารถทำพิธีร่วมกันได้ วัดอาทิต้นแก้วได้รับการขุดแต่งเมื่อปี พ.ศ.2538 มีเจดีย์ก่ออิฐแบบล้านนาองค์ใหญ่ฐานกว้าง 10 ม. หุ้มทับเจดีย์ทรงปราสาทขนาดเล็กซึ่งอยู่ภายในสามารถมองเห็นเจดีย์ภายในสีขาวได้อย่างชัดเจน

ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s